วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

การให้ในคำสอนของศาสนา

เขียน: ธิติมา
“รักไม่มีพรมแดน รักไม่มีศาสนา...” เราคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ความรัก” นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับศาสนา แต่ขึ้นอยู่กับหัวใจของคนสองคนต่างหากว่ามั่นคงในรักเพียงใด
การให้และการอาสาสมัครก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากหากพิจารณาให้ชัดเจน จะพบว่าการให้มีพื้นฐานจากความรัก ซึ่งทุกศาสนาต่างก็สอนให้คนรักกันด้วยกันทั้งนั้น
. ในบรรยากาศที่เรื่อง “ศาสนา” กำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย เราจึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านเรียนรู้เกี่ยวกับคำสอนที่ว่าด้วยการให้และอาสาสมัครของศาสนาต่างๆ นอกจากจะ ทำให้เราเห็นมุมมองที่จากเพื่อนต่างศาสนาแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เรารู้จักคำสอนของศาสนาที่เรานับถืออย่างลึกซึ้งมากขึ้นด้วย



ฉลาดทำบุญ : บุญ ๑๐ วิธี ตามแนวทางพุทธศาสนา

ในศาสนาพุทธ มีหลักธรรมที่พูดถึงการให้ที่เรียกว่าบุญ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การทำบุญคือการให้เงินหรือสิ่งของแต่เพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้ว การทำบุญมีความหมายมากกว่านั้น
ตามหลักพุทธศาสนา มีการทำบุญด้วยกัน ๑๐ วิธี ที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ แปลว่าสิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ ๑๐ ประการ คือ
๑. ให้ทาน แบ่งปันผู้อื่นด้วยสิ่งของ ไม่ว่าจะให้ใครก็เป็นบุญ (ทานมัย) การให้ทาน เป็นการช่วยขัดเกลา ความเห็นแก่ตัว ความคับแคบ ความตระหนี่ถี่เหนียว และความติดยึดในวัตถุ นอกจากนี้สิ่งของที่เราแบ่งปันออกไป ก็จะเป็นประโยชน์กับบุคคล หรือชุมชนโดยส่วนรวม
๒. รักษาศีล ก็เป็นบุญ (ศีลมัย) เป็นการฝึกฝนที่จะ ลด ละ เลิก ความชั่ว ไม่ไปเบียดเบียนใคร มุ่งที่จะทำความดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น เป็นการหล่อเลี้ยงบ่มเพาะให้เกิดความดีงาม และพัฒนาคุณภาพชีวิตไม่ให้ตกต่ำ
๓. เจริญภาวนา ก็เป็นบุญ (ภาวนามัย) การภาวนา เป็นการพัฒนาจิตใจ และปัญญา ทำให้จิตสงบ ไม่มีกิเลส ไม่มีเรื่องเศร้าหมอง เห็นคุณค่าสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง ผู้ที่ภาวนาอยู่เสมอย่อมเป็นหลักประกันว่า จิตจะมีความสงบ ชีวิตมีความสุข คุณภาพชีวิตดีขึ้น สูงขึ้น
๔. อ่อนน้อมถ่อมตน ผู้น้อยอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็แสดงออกในความมีเมตตาต่อผู้น้อย และต่างก็อ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม รวมถึงการให้เกียรติ ให้ความเคารพในความแตกต่างซึ่งกันและกัน ทั้งในความคิดความเชื่อ และวิถีปฏิบัติ ของบุคคลและสังคมอื่น เป็นการลดความยึดมั่นถือมั่น ในความเป็นตัวตน ก็เป็นบุญ (อปจายนมัย)
๕. ช่วยเหลือสังคมรอบข้าง ช่วยเหลือสละแรงกายเพื่องานส่วนรวม หรือช่วยงานเพื่อนบ้าน ที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็เป็นบุญ (ไวยาวัจจมัย)
๖. เปิดโอกาสให้คนอื่น มาร่วมทำบุญกับเรา หรือในการทำงาน ก็เปิดโอกาสให้คนอื่น มีส่วนร่วมทำ - ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมไปถึงการอุทิศส่วนบุญ ให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วย ก็เป็นบุญ (ปัตติทานมัย)
๗. ยอมรับและยินดีในการทำความดี (หรือทำบุญ) ของผู้อื่น เป็นการเปิดโอกาสร่วมใจอนุโมทนา ในการกระทำความดีของผู้อื่น ก็เป็นบุญ (ปัตตานุโมทนามัย)
๘. ฟังธรรม บ่มเพาะสติปัญญาให้สว่างไสว ฟังธรรมะ ฟังเรื่องที่ดี มีประโยชน์ต่อสติปัญญา หรือมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตที่ดี เป็นความจริง ความดี ความงาม ก็เป็นบุญ (ธรรมสวนมัย)
๙. แสดงธรรม ให้ธรรมะ และข้อคิดที่ดี กับผู้อื่น แสดงธรรม นำธรรมะไปบอกกล่าว เผื่อแผ่ให้คนอื่นได้รับฟัง ให้เขาได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตที่ดี เป็นเรื่องของความจริง ความดี ความงาม ก็เป็นบุญ (ธรรมเทศนามัย)
๑๐. ทำความเห็นให้ถูกต้อง และเหมาะสม มีการปรับทิฏฐิ แก้ไขปรับปรุงพัฒนาความคิดเห็น - ความเข้าใจให้ถูกต้องตามธรรม ให้เป็นสัมมาทัศนะอยู่เสมอ เป็นการพัฒนาปัญญาอย่างสำคัญก็เป็นบุญ (ทิฏฐุชุกรรม)
ทั้งนี้ ทิฏฐุชุกรรม หรือ สัมมาทัศนะ คือ การเห็นให้ถูกต้อง หรือมีจิตเป็นกุศล เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำบุญทุกชนิด และทุกโอกาส จะต้องประกบและประกอบเข้ากับบุญกิริยาวัตถุข้ออื่นทุกข้อ เพื่อให้งานบุญข้อนั้น ๆ เป็นไปอย่างถูกต้องตามความหมายและความมุ่งหมาย พร้อมทั้งได้ผลถูกทาง
อย่างไรก็ตาม สำหรับศาสนาพุทธคำสอนเรื่องการให้ ไม่ได้เป็นข้อบังคับแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น